Beefmasters are Unique

Beefmasters are Unique เอกลักษณ์อันโดดเด่นของโคพันธุ์

โคพันธุ์บีฟมาสเตอร์ เป็นพันธุ์ที่โดดเด่นพันธุ์หนึ่งในกระบวนโคพันธุ์เนื้อด้วยกัน โคพันธุ์นี้สร้างมาจากแหล่งทุรกันดารแห้งแล้งจัด ทางตอนใต้ของรัฐเทคซัสมานานหลายปี จนปัจจุบันได้แพร่หลายกระจายไปเกือบทุกมลรัฐของสหรัฐอเมริกา และอีกหลายๆประเทศด้วย
โคพันธุ์นี้ได้มาจากการผสมกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี ระหว่างโคตระกูลซีบู(Bos indicus) กับตระกูลยุโรป(Bos taurus) หล่อหลอมกันจนเป็นหนึ่งเดียว ผู้ที่สร้างโคพันธุ์นี้ขึ้นมาคือ Mr. Tom Lasater โดยอาศัยหลัก 6 ประการ
(Production traits) มาใช้ในการคัดเลือก หลักสำคัญ 6 ประการนี้ (Six Essentials) ได้แก่ ความสมบูรณ์พันธุ์(Fertility),อุปนิสัยและอารมณ์(Disposition),น้ำหนัก(Weight),คุณลักษณะของรูปร่างและหน้าตา(Conformation),
ความแข็งแกร่งและทรหดอดทน(Hardiness),และมีน้ำนมมากสำหรับเลี้ยงลูก(Milk Production)
โคพันธุ์บีฟมาสเตอร์ เมื่อเริ่มแรกมีลักษณะโดดเด่น และสะดุดตาแก่ผู้เลี้ยงในวงการผลิตโคลูกผสมเอาไปขุนขาย(Commercial Cattle)แล้ว ขยายตัวออกไปเรื่อยๆจนกระทั้งเป็นโคเนื้อชั้นนำในสหรัฐอเมริกา(เมื่อผลิตออกมาใหม่ๆ เขายังถือว่าเป็นโคลูกผสมเพื่อการขุนกันอยู่-ผู้แปล) ลูกโคที่หย่านมจะมีขนาดใหญ่ และน้ำหนักมาก ช่วยทำให้อัตราการเจริญเติบโตหลังหย่านมพุ่งขึ้นตามไปด้วย จึงเป็นที่สนใจยิ่งแก่นักเลี้ยงโคไม่ว่าผู้ผลิตพันธุ์แท้ หรือผู้ผลิตลูกผสมเพื่อการค้าจนสามารถสู้กับพันธุ์ที่มีชื่อเสียง อื่นๆ(Exotic breeds)ได้ ขณะเดียวกันแม่โคก็แสดงคุณสมบัติเหนือชั้นกว่าโคพันธุ์ยุโรปอื่นๆ ได้ด้วย
ภายใต้การผสมพันธุ์ และคัดเลือกพันธุ์อย่างเข้มงวด เอาจริงเอาจัง เป็นพื้นฐานมาก่อน ในวงการค้าโคลูกผสม ในปี ค.ศ. 1980 และ 1990 (พ.ศ. 2523 และ พ.ศ. 2533) จึงได้ประกาศตัวเป็น พันธุ์แท้ (เริ่มสร้างจริงๆ เมื่อปี ค.ศ. 1930 หรือ พ.ศ. 2474 ใช้เวลาผสมพันธุ์คัดเลือกพันธุ์จนมั่นใจว่าเป็นโคพันธุ์แท้นานถึง 50 ปี – ผู้แปล) ถึงเวลาของบีฟมาสเตอร์แล้วการขยายพันธุ์ การสมัครเป็นสมาชิก และการลงทะเบียนพันธุ์ได้เจริญรุดหน้าพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่งข้ามทวีปในทุ่งหญ้า แพรรี่ (Prairie) ภาคตะวันตกตอนกลาง (Mid West) ของสหรัฐฯ
ปัจจุบันสิ่งที่หน้าสนใจของโคพันธุ์นี้ คือ มีลักษณะเด่นในตัวของมันเอง ที่มีอิทธิพลหรือลักษณะที่บ่งบอกถึงการมีเลือดโคซีบูเจือปนอยู่ สหพันธ์ผู้เลี้ยงโคบีฟมาสเตอร์ (Beefmaster Breeders United – BBU) ได้สร้าง ตรา (brand) เนื้อประกันคุณภาพที่ได้ชื่อว่า Nolan Ryan’s Tender Aged Beef โคพันธุ์นี้ยังคงไว้ในคุณภาพให้ประทับใจผู้บริโภคตลอดมาคือมีเนื้อมากและนุ่ม ในช่วงเวลา 70 ปี ที่ผ่านมาโคพันธุ์นี้กลายเป็นผู้มีบทบาทอันสำคัญของวงการโคเนื้อสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมโคเนื้อทั่วโลกด้วยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างคุณภาพตลอดเวลา ซึ่งผู้เลี้ยงโคพันธุ์นี้ก็ตั้งใจทำร่วมกันมาตลอด เพื่อสร้างโคให้มีคุณภาพสูง อนาคตจึงถือว่าน่าสดใสยิ่งสำหรับโคพันธุ์นี้ – บีฟมาสเตอร์(BEEFMASTERS)!

What are the Six Essentials?

หลักที่ใช้ในการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ 6 ประการ มีอะไรบ้าง

1. ความสมบูรณ์พันธุ์ (Fertility)
2. อุปนิสัยและอารมณ์(Disposition)
3. น้ำหนัก (Weight)
4. คุณสมบัติของรูปร่างและหน้าตา (Conformation)
5. ความแข็งแรงทรหด(Hardiness)
6. มีน้ำนมมากสำหรับเลี้ยงลูก (Milk Production)
ผู้ผสมพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์โคบีฟมาสเตอร์ จะต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ และหลักการ ของหลัก 6 ประการนี้ แล้วจักต้องนำมาใช้ปฏิบัติอย่างจริงจังด้วย ผู้บำรุงพันธุ์โคบีฟมาสเตอร์ต้องถือหลักการที่ว่าต้องให้ความสำคัญของแต่ละลักษณะอย่างเท่าเทียมกัน จึงจะได้โคเนื้อที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด ลักษณะที่สำคัญ (จำเป็น) ทั้ง 6 ประการนี้ มีอะไรบ้าง ขอให้เข้าใจหลักง่ายๆ ธรรมดาๆ ตามวัฏจักรชีวิตของมัน แล้วนำมาใช้เป็นแผนการผลิต และคัดเลือก เลือกให้ตรงจุดที่เราต้องการใช้ผลประโยชน์จากมันให้มากที่สุด

Fertility – ความสมบูรณ์พันธุ์

คำจำกัดความ หรือนิยามของคำว่า ความสมบูรณ์พันธุ์ ก็คือ ความสามารถของพ่อ และแม่โคที่จะผลิตลูกมาให้รอดชีวิต (Ability to produce the offspring หรือ to produce the young) วงการผู้เลี้ยงโคบีฟมาสเตอร์ให้คำจำกัดความเพิ่มเติมออกไปอีกหน่อยว่า สำหรับตัวเมีย หรือแม่โคที่เก็บไว้ในฝูง จะต้องให้ลูกปีละหนึ่งตัวทุกปี และอย่านมลูกวัวที่โตได้ตามขนาดที่ต้องการ

เมื่อผู้เลี้ยงหรือผู้ผลิตมีแม่โคพันธุ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์แท้ที่รับรองพันธุ์แล้ว (Purebred) หรือยังไม่ได้รองรับพันธุ์ก็ตาม (Commercial grade) แม่โคจะต้องมีคุณสมบัติที่กล่าวถึง ลูกๆที่ออกมาก็ถือหลักปฏิบัติคัดเลือกเช่นเดียวกับแม่ ผู้เลี้ยงโคจะต้องเลี้ยงแม่โคที่สามารถเลี้ยงลูกผ่านความแห้งแล้ง หรือผ่านพายุหิมะ (blizzard) หรือปกป้องลูกจากตัว Coyote เข้ามากัดกินให้ได้ด้วย (Coyote เป็นสัตว์กินเนื้อ และเลี้ยงลูกด้วยนม ประเภทเดียวกับสุนัขคล้ายหมาป่ามีมากในอเมริกาเหนือ – ผู้แปล) หรือภยันตรายอื่นใดที่น่าจะเกิดกับลูกของตน ต้องมีความสามารถคุ้มครองลูกให้ได้ด้วย
ลักษณะของความสมบูรณ์พันธุ์ที่มีอยู่ในตัวพ่อโค จะถูกถ่ายทอดโดยตรงไปสู่ลูกหลานได้ ยิ่งในกรณีที่ผู้เลี้ยงต้องการที่จะเก็บลูกตัวเมียไว้ทดแทนในฝูงจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้หนักในการใช้พ่อโคด้วย
https://tsfarm-th.com/wp-content/uploads/2020/09/03.jpg
ความสำคัญที่ต้องเน้นไปในเรื่องความสมบูรณ์พันธุ์ของวงการโคเนื้อ ถือว่า เป็นความสำคัญสูงสุดในส่วนที่จะทำให้มีกำไรอยู่ได้
ค่า EPDs (Expected Progeny Differences) ของวงรอบอัณฑะของพ่อโค เป็นค่าหนึ่งที่ช่วยแนะผู้เลี้ยงโคตัดสินการใช้เป็นพ่อพันธุ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พ่อโคสูงอายุกว่ามีรอบวงอัณฑะใหญ่กว่า จะดีกว่าพ่อโคอายุน้อยกว่า แนวคิดเช่นนี้จะใช้ไม่ได้เพราะพ่อโคที่มีวงรอบอัณฑะใหญ่กว่ามากเกินไปอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง การเดินเกิดการเสียดสีที่ซอกขา การโดนกิ่งไม้หรือหนามทิ่มแทงก็ได้ หน้าที่ของผู้เลี้ยงก็คือ ต้องคัดพ่อโคที่มีขนาดอัณฑะเหมาะสมก็เป็นการเพียงพอ

Disposition – อุปนิสัยและอารมณ์

เรื่องของนิสัยและอารมณ์ของบีฟมาสเตอร์ถือเป็นเรื่องหลัก (cornerstone) ของเจ้าของโคทุกฝูง ถ้าเจ้าของควบคุมโคของตัวเองไม่ได้ โคมันจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนกับเจ้าของไม่ได้เช่นกัน นิสัยและอารมณ์ของโคตัวหนึ่งตัวใดในฝูง เมื่อเราจับมันมาทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับตัวมัน เช่น เมื่อขนขึ้นรถบรรทุก ล้วนมีผลกระทบไปถึงประสิทธิภาพของการทำงานใน ranch นั้น ในหลายๆเรื่อง (เช่นขนรั้ว,ขนคอก,กระโดด เป็นต้น)
https://tsfarm-th.com/wp-content/uploads/2020/09/Cute.jpg
โคที่มีนิสัยและอารมณ์ดี นักเลี้ยงโคเขามักจะถือลักษณะนี้ว่า เป็นลักษณะของความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน (Convenience trait) ตัวใดที่บังคับง่าย ก็มักจะไม่มีบาดแผลเจ็บฉีกขาด หรือหัก ไม่สูญเสียน้ำหนักเวลาขนย้ายมากจนเกินไป และต้องการแรงงานหรือผู้คน เวลาทำงานน้อยกว่า มีวัวดุร้ายและเปรียวๆ
ควรมีการประเมินค่า นิสัยและอารมณ์ทันที่หลังจากการหย่านมออกจากแม่ของมัน คือประเมินในวันนั้นเลย ถ้าพบว่าลูกโค มีนิสัยอารมณ์ไม่ดี (เช่น เปรียว,ดุ,วิ่งชนคน,ชนคอก – ผู้แปล) ก็ให้คัดออกจากฝูง จากนั้นให้สังเกตต่อไปเรื่องๆ หากพบว่ายังมีลูกตัวใดที่ยังมีนิสัยไม่ดีอยู่ แก้ไขไม่ได้ ก็ให้คัดออกไปด้วย
คนทั่วไปรู้จักโคบีฟมาสเตอร์ว่า เป็นโคเรียบง่าย (easy – going) โดยธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม อย่าไปโทษแม่โคที่มีลักษณะของความเป็นแม่สูง ที่คอยปกป้อง หวงแหนลูกน้อยของมัน โดยหาว่า มันไม่ดีและดุร้าย แล้วเอามาเป็นสาเหตุคัดแม่มันออกไม่ได้ผู้เลี้ยงจะต้องแยกแยะให้ออก เพราะมันเป็นธรรมชาติของสัตว์ทุกตัว
โคบีฟมาสเตอร์มีความฉลาด มีสติปัญญาดีและสามารถตอบสนองต่อการปฏิบัติของเจ้าของที่มีต่อมันได้ทุกกรณี โคที่มีนิสัยเชื่องไม่เปรียว เราปฏิบัติกับตัวมันได้อย่างสบายใจ เราจะมีกำไรจากมันมากขึ้นด้วย เนื่องจากไม่มีอะไรแตกหัก หรือเสียหาย

Weight – น้ำหนัก

อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อควรมุ่งไปถึง น้ำหนักของเนื้อที่ผลิตได้ของแม่โคแต่ละตัว (เป็นปอนด์ – Pound) ทันทีที่ผู้เลี้ยงโคได้รับค่าโคที่ขายได้ตามน้ำหนักของโค ตัวไหนที่มีขนาดใหญ่กว่า น้ำหนักมากกว่า ย่อมหมายความว่า เจ้าของโคจะมีเงินในกระเป๋าตุงขึ้น ผู้เลี้ยงโคบีฟมาสเตอร์ทราบดีว่าประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตเป็นหัวใจของภาพรวมทั้งหมดที่เกี่ยวกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้มีกำไรในที่สุด
น้ำหนักหย่านมของลูกโคเป็นตัวเลขพื้นฐานของการทราบความสามารถในการให้นมของแม่โคยิ่งแม่มีนมมาก ลูกก็จะกินนมได้มากขึ้น มันก็จะโตเร็วหรือเพิ่มน้ำหนักตัวเร็วไปจนถึงเวลาหย่านม น้ำหนักลูกโคเมื่อหย่านม (Post weaning weight gain) จะมีขนาดต่างๆกัน แต่ละตัวไม่เท่ากัน แล้วแต่พันธุกรรมในด้านการเจริญเติบโต (growth) ที่ได้รับมาจากพ่อ – แม่
หลังหย่านม การเจริญเติบโตของมันขึ้นอยู่กับปัจจัยอาหารที่เลี้ยงดูต่อมันด้วยว่า มีเพียงพอมากน้อยเพียงใด ประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตของโคแต่ละตัวมีสหสัมพันธ์กับพันธุกรรมของตัวสัตว์เองโดยตรง
การคัดเลือกพ่อพันธุ์ไว้คุมฝูง คัดเลือกจากสมรรถภาพในการแสดงออก ของพ่อโคในด้านการเจริญเติบโตของพ่อโคเองแต่ละตัว โดยเฉพาะพ่อโคที่มีน้ำหนักหย่านมสูง มีน้ำหนักอายุ 1 ปี (yearling) สูง จะถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวนี้ไปสู่ลูกหลานของมันด้วย ผู้เลี้ยงโคบีฟมาสเตอร์เขาจะใช้ EPDs growth trait (expected progeny differences) เป็นเครื่องมือในการเลือกใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง มั่นใจได้เลยว่า กระเป๋าของคุณจะหนักขึ้น เมื่อคุณใช้พ่อพันธุ์บีฟมาสเตอร์ที่ให้ลูกมีน้ำหนักหย่านมสูง และน้ำหนักที่ 1 ปี สูง (yearling อาจเป็น 1 ปี 15 หรือ 18 เดือน – ผู้แปล)

Conformation – คุณสมบัติของรูปร่างและหน้าตา

ในปัจจุบันเมื่อท่านได้ยิน คำว่า คุณสมบัติของรูปร่างและหน้าตา (Conformation) ในวงการโคบีฟมาสเตอร์ ขอให้เข้าใจด้วยว่า มันหมายถึง คุณภาพของซาก (carcass – merit) ที่แขวนเก็บไว้ในห้องเย็นด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ว่า มองมันตอนหากินอยู่ในแปลงหญ้า (not just on the hoof) นักเลี้ยงโคทั่วๆไปมักจะนึกถึงแต่ซากที่อยู่ในเกรดคุณภาพสูง(quality grade) แต่ในเหล่าผู้เลี้ยงโคบีฟมาสเตอร์แล้วเขาจะถือเอาน้ำหนักปริมาณซาก (yield grade) มากกว่า
ผู้สร้างโคบีฟมาสเตอร์ คือ คุณ Tom Lasater มีความเชื่อปักใจอยู่ว่า โคตัวใดที่ให้ซากมีน้ำหนักมาก เนื้อนุ่ม มีเนื้อแดงมาก เมื่อเทียบดูกับน้ำหนักเป็น (มีชีวิต) ตัวนั้นถือว่า เป็นโคที่มีคุณสมบัติรูปร่างหน้าตาอยู่ในอุดมคติทันที หลักการนี้เคยเขียนไว้ในบทความแรกๆของ BBU (BBU Articles of Incorporation) เมื่อเริ่มแรกก่อตั้งสมาคมขึ้นมาในปี ค.ศ. 1961 (พ.ศ. 2504)
เมื่อคิดถึงความจริงที่ประจักษ์ในข้อนี้ กลุ่มผู้เลี้ยงโคบีฟมาสเตอร์ ได้ช่วยกันลงทุนมหาศาล เพื่อวางแผนรณรงค์ให้รู้จักเครื่องหมาย หรือ ตราแสดงบอกถึงคุณภาพ ที่มีคุณสมบัติที่นุ่ม และเนื้อแดงมาก อันเป็นลักษณะจำเพาะของโคพันธุ์นี้ ข้อมูลเท่าที่ทราบในปัจจุบันของผู้บริโภค แสดงให้เห็นว่า โคบีฟมาสเตอร์มาทัน ตามกระแสพอดี ดังที่คุณ Wendell Schronk ได้กล่าวมาแต่ต้นเรื่อง

Hardiness – ความแข็งแกร่งทรหด

https://tsfarm-th.com/wp-content/uploads/2021/01/Icy01.jpg

นึกถึงแผนที่ของประเทศสหรัฐอเมริกา จากชายฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิค ข้ามมาถึงเทือกเขา Rocky Mountain ถึงฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เลียบมาจนถึงที่ลุ่มๆดอนๆ ของรัฐเทคซัส (Yexas Hill Country) เลยต่อไปจรดชายแดนแมกซิโก บริเวณที่กล่าวทั้งหมดนี้โคบีฟมาสเตอร์เลี้ยงได้ทั่วไป อยู่ได้ในทุกสภาวะอากาศโคบีฟมาสเตอร์ยังมีเลี้ยงกันในอเมริกาใต้ ออสเตรเลียและแอฟริกาใต้
ไม่ว่า ranch จะตั้งอยู่ที่ไหน วัวบีฟมาสเตอร์จะอยู่ได้อย่างสบาย และไม่ว่าจะเอามันไปทำอะไร(เลี้ยงขุน,ผลิตพันธุ์แท้) โคพันธุ์นี้ปรับตัวได้ในสภาพภูมิอากาศ หรือลักษณะของ range ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าเจ้าของฝูง จะมีน้ำชลประทานรดแปลงหญ้าได้เขียวสดตลอดปี หรืออยู่ในเขตแห้งแล้งทุรกันดารเจ้าโคบีฟมาสเตอร์มันจะอยู่ได้แม้ในสภาพท้องทุ่งที่แห้งผาก มีแต่ก้านของพุ่มไม้ที่ไร้ใบ มันก็อยู่ได้ แม่โคบีฟมาสเตอร์ก็ยังคงให้ลูกต่อไป และให้ลูกมีน้ำหนักหย่านมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและในช่วงฤดูคลอด ก็มีที่ต้องช่วยเสริมอาหารมันบ้าง แต่ก็น้อยเต็มที่
บีฟมาสเตอร์ยังคงเลี้ยงและผสมพันธุ์ออกลูกหลานในสภาพที่แห้งแล้งได้ในทุกสภาพภูมิประเทศตามส่วนต่างๆ ของโลก ความแข็งแกร่งทำให้มันอยู่รอดและความอยู่รอดของโคก็คือ กำไร ของผู้เลี้ยง

Milk Production – มีน้ำนมมากสำหรับเลี้ยงลูก

เราเลี้ยงโคตัวเมียบีฟมาสเตอร์ ที่มีนมมากโดยการประเมินค่าน้ำหนักหย่านมของลูกมัน ส่วนพ่อวัวที่เลือกมาจากลูกตัวผู้ที่มีน้ำหนักหย่านมสูง แม่โคที่ให้นมมาก ก็มักจะให้ลูกสาวของมันมีน้ำนมมาก (milking ability) เต้านมโคที่มีลักษณะสวยงามพอเหมาะพอดี ก็มันจะโต พัฒนาไปในทางที่ดีต่อไปด้วย มีหัวนมขนาดไล่เลี่ยกันเป็นระเบียบว่าอยู่ได้สัดส่วนกันที่ 4 เต้า และขนาดยาวพองาม เต้านมต้องยึดติดกับลำตัวดี แข็งแรง มั่นคงพัฒนามาจนถึงส่วนท้ายของลำตัว ลักษณะแบบนี้เขาเรียกว่า Suspension ligaments เห็นชัดว่าเป็นลักษณะ ที่แข็งแรงสวยงาม และคงอยู่ในสภาพนี้ได้นาน (longevity) เต้านมที่ดีจะกะทัดรัดเป็นรูปกระทะ คือ จุน้ำนมได้มาก ไม่ควรจะใหญ่เทอะทะและห้อยยาวโทงเทง หัวนมที่โป่งพองเหมือนขวด (bottle test) หรือ หัวนมบอด ควรคัดออกจากฝูงไปเลย
มีนักเลี้ยงโคที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง (One well – known animal scientist) ไปเยี่ยมชมฝูงพื้นฐานแรก (Foundation hard) ถามว่าเลือกโตเต้านมสวยๆ อย่างนั้นมาได้อย่างไง คำตอบง่ายๆก็คือ เราก็คัดตัวที่มันมีเต้านมไม่สวยออกไปเท่านั้นเอง
ทางสมาคมคอยกระตุ้นเตือน สมาชิกอยู่เสมอว่า ไม่ควรคัดโคเต้านมสวยๆ ออกทิ้งจนหมดเมื่อแม่โคตัวนั้นไปมีจุดอ่อนเล็กน้อย ในหลักอื่นๆอีก 5 หลักที่เหลือ โดยไม่มีตัวที่มีเต้านม และหัวนมสวยๆ สำรองไว้เลย ขอเพิ่มเติมอีกว่า ลูกโคมีน้ำหนักขนาดหย่านมไม่ได้เกณฑ์คัดเลือก ก็ควรคัดออกทิ้งทั้งแม่และลูกไปพร้อมกัน

https://tsfarm-th.com/wp-content/uploads/2021/01/07.jpg