ข้อควรพิจารณาของคนเลี้ยงโคเชิงพาณิชย์ ตอนที่ 2

Spring Considerations for Commercial Herds

By Andy D. Herring, Texas A&M University

แปลบทความมาจาก the BEEFMASTER Pay Weight ฉบับ Spring 2019

บทความนี้จะกล่าวถึงปัจจัยหลักที่ผู้เลี้ยงลูกวัวเชิงพาณิชย์ ควรจะคำนึงถึงในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลซึ่งจะส่งผลต่อทั้งปีโดยจะแบ่งตามหัวข้อต่างๆ (ต่อจากตอนที่ 1)

Health, Vaccinations, and Parasites.

โดยทั่วไปสิ่งที่ควรต้องดูแลสำหรับสุขภาพของวัวสาววัยเจริญพันธุ์ คือ การทำวัคซีน Brucellosis ในลูกวัว และการกระตุ้นวัคซีนรายปีของโรคจากเชื้อแบคทีเรียพวก Leptospirosis and Vibriosis (Campylobacteriosis) และโรคจากเชื้อไวรัสพวก IBR และ BVD ซึ่งโรคติดเชื้อเหล่านี้เป็นสาเหตุให้วัวไม่ท้องหรือแท้งลูกได้ นอกจากนี้ยังมีอีก 2 โรค ที่เกิดช่วงเจริญพันธุ์โดยมีสาเหตุมาจากโปรโตซัว (Trichomoniasis and Neosporosis) ซึ่งทุกคนควรเฝ้าระวังไว้

โรค Trichomoniasis ส่วนใหญ่ป้องกันโดยการเอาพ่อพันธุ์ตัวใหม่เข้ามาในฝูง ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์ที่ยังไม่เคยใช้งานมาก่อน และต้องเป็นพ่อพันธุ์ที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีการติดเชื้อใดๆ

โรค Neosporosis สามารถลดการติดต่อโดย การป้องกันไม่ให้สุนัขหรือหมัด เข้ามาถึงตัววัวหรืออาหารวัวได้ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตพวกนี้มักติดมากับสัตว์เหล่านี้ ถ้าในฝูงของเราเกิดมีการติดโรคเหล่านี้ปรากฎให้เห็น อีกทั้งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไม่ได้มีการเลี้ยงแยก จะทำให้การจัดการเพื่อลดการติดต่อได้ยากขึ้น

การควบคุมพวกปรสิตหรือพยาธิ จะทำได้ดีเมื่อเราเข้าใจรอบเวลาวัฏจักรของมัน และจะสามารถประยุกต์วิธีจัดการควบคุมที่คุ้มค่าที่สุดได้

Winter Lice เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติในหลายพื้นที่ และอาการขนร่วงช่วงหน้าหนาว ต้นฤดูใบไม้ผลิ หลายครั้งเป็นสิ่งแสดงถึงหมัด เห็บ แปลว่าวัวต้องการการดูแลแล้ว ส่วนพยาธิภายใน เช่น พยาธิกระเพาะ พยาธิปอด และพยาธิตับ อาจจะต้องคอยดูช่วงฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากตัวอ่อนของพยาธิเหล่านี้จะถูกพบบนหญ้าที่เป็นอาหารของวัว ส่วนพวกปรสิตภายนอก เช่น แมลงวันเขาวัว, แมลงวันเกาะตามหน้า และอื่นๆ ก็เริ่มมาในช่วงเดือนที่อากาศเริ่มร้อน ช่วงเวลาที่แน่นอนในการกำจัดปรสิตเหล่านี้และจะต้องใช้มากแค่ไหนนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ การป้องกันวัวจากปรสิตเหล่านี้สามารถทำได้โดยการจัดการทุ่งหญ้าและการปลูกหญ้าหมุนเวียน

ลูกวัวควรจะได้รับวัคซีนเข็มแรกสำหรับโรค Clostridial เมื่อพวกมันอายุได้ 2-3 เดือน และอีกครั้งตอนใกล้หย่านม แนะนำว่าลูกวัวควรได้รับวัคซีนป้องกันโรค BRD Bovine Respiratory Disease, Viral Diseases (IBR, BVD, PI3, BKSV) ในช่วงใกล้หย่านม ขอแนะนำว่าไม่ควรให้วัคซีนใดๆแก่สัตว์ ในช่วงที่มันมีความเครียด เช่น การให้วัคซีนในขณะที่มันเริ่มหย่านม หรือ ให้วัคซีนทันทีหลังจากที่มันเพิ่งเดินทางในรถตู้ขนส่งทางไกลมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับการให้วัคซีนและวิธีการควบคุมปรสิตในพื้นที่ของคุณ แนะนำว่าคุณควรปรึกษาสัตวแพทย์ท้องถิ่นสำหรับการใช้ที่ถูกต้องและเวลาที่เหมาะสม

Animal ID and Performance Tracking

ผู้ผลิตวัวทุกคนควรรู้ศักยภาพของวัวแต่ละตัวในฝูงของตัวเอง หากสนใจที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและความเป็นไปได้ในการเพิ่มผลกำไร ถ้ามีแม่วัว 85% ให้ลูก คุณอยากรู้หรือไม่ว่าตัวไหนไม่ให้ลูกและทำไมถึงให้ลูกไม่ได้ ถ้าแม่วัวไม่ให้ลูกหรือหย่านมลูกปีนี้ คุณอยากรู้หรือไม่ว่าประวัติของมันปีที่แล้วเป็นยังไง อายุของมันเท่าไหร่แล้ว หรือพ่อแม่ของวัวตัวนี้คือตัวไหน ซึ่งถ้าเราไม่ได้ทำการตั้งเบอร์หรือชื่อของวัวแต่ละตัว คำตอบเหล่านี้ก็จะไม่สามารถตอบได้เลย บางคนใช้เงินเยอะมากเพื่อการทำเลขประจำตัววัวและใช้ software ในการติดตามบันทึกข้อมูลโดยที่ไม่จำเป็น เราเริ่มต้นง่ายๆได้โดย การเก็บข้อมูลปีเกิดของวัวแต่ละตัว แล้วใส่ไว้กับเลขฝูงของมัน ในฝูงที่มีวัวไม่เกิน 100 ตัว เราสามารถทำเลขประจำตัววัวได้จากเลขปีเกิดและลำดับการเกิดของวัว ยกตัวอย่างเช่น วัวตัวแรกที่เกิดในปี 2019 อาจจะใช้เลข 901 หรือ 1901 เป็นเลขประจำตัว วัวที่เกิดเป็นตัวที่สองก็จะเป็นเลขที่ 902 หรือ 1902 เป็นต้น การใช้เลขประจำตัวโดยวิธีนี้ แค่คุณเห็นเลขประจำตัว คุณจะรู้ได้ทันทีว่ามันเกิดปีไหนและช่วงเวลาหย่านมของมันประมาณเมื่อไหร่ ถ้าคุณต้องการเลี้ยงวัวจนอายุเกิน 10 ปี ไว้ในฝูง คุณอาจจะต้องใช้เลข 2 หลักสำหรับปีเกิด (19) เพราะเลข 901 สามารถทำให้สับสนได้ว่าเป็นวัวตัวแรกที่เกิดปี 2019 หรือ ปี 2009 การทำเบอร์ที่ตัววัวทำให้เราสามารถรู้ความแตกต่างของวัวแต่ละตัวได้ทันทีที่เห็น แต่จะไม่เหมือนการทำบันทึกข้อมูล ฝูงที่มีวัวเกิน 100 ตัว อาจจะต้องพิจารณาทำ the Beef Improvement Federation (BIF) คือการกำหนดตัวอักษรสากลแทนปีเกิด วิธีนี้เป็นการตั้งลำดับตามมาตรฐานโดยอักษรแต่ละตัวจะแทนแต่ละปี อย่างเช่น วัวที่เกิดปี 2019 ใช้ G เป็นตัวแทนปี โดยปีอื่นที่ใช้ G แทนเหมือนกันก็คือปี 1997 และ 2041 ดังนั้นวัวที่มีโค้ดเกิดเหมือนกันจะไม่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน

เลขประจำตัววัวควรจะสอดคล้องกับสมรรถภาพของวัว คุณลักษณะของวัวส่วนใหญ่ที่ส่งผลต่อการผลิต ตามกราฟรูประฆังคว่ำ ในรูปที่ 3 สมรรถภาพของวัวควรจะสอดคล้องกับข้อมูลด้านอื่นด้วย การพิจารณาลูกวัวสาว 2 ตัว ที่หย่านมวันเดียวกัน ตัวหนึ่งน้ำหนัก 222 กก. ส่วนอีกตัวมีน้ำหนัก 254 กก.ข้อมูลนี้บอกได้หรือไม่ว่า วัวสาวตัวไหนมีการเติบโตที่มีประสิทธิภาพกว่ากัน คำตอบคือไม่ เนื่องจากมันมีข้อแตกต่างได้หลายอย่าง ทั้งในเรื่องสุขภาพของมันช่วงเวลานั้น อายุของวัวตอนหย่านม อายุของแม่มัน หรือความแตกต่างของโภชนาการที่ส่งผลต่อน้ำหนักตัว ถ้าเราเฝ้าติดตามข้อมูลด้านต่างๆเหล่านี้เราก็สามารถที่จะตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าทำไมวัวแต่ละตัวถึงมีประสิทธิภาพต่างกัน

รูปที่ 3: กราฟรูประฆังคว่ำ แสดงส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยตรงกลางคือค่าเฉลี่ยแล้วมีการแบ่งจำนวนตามสัดส่วนวัวที่มีค่าต่างกันตามสัดส่วนออกเป็น 3 ส่วนตามภาพ ปกติน้ำหนักแรกเกิดมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 2.7-3กก.และน้ำหนักหย่านมอยู่ที่ 40กก.

ความสำคัญอีกแง่มุมหนึ่งของเลขประจำตัววัวคือ การติดตามพันธุกรรม เรารู้กันอยู่ว่ามันมีความแตกต่างทางพันธุกรรมในวัวแต่ละตัวซึ่งส่งผลต่อการผลิต การจับคู่ลูกวัวกับแม่และพ่อของมัน ช่วยให้เราเห็นถึงความแตกต่างของพันธุกรรม ผู้ผลิตวัวบางคนอาจต้องการใส่เลขID ของแม่วัวไว้ที่เบอร์หูของลูกวัวด้วยจนกว่ามันจะหย่านม หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่เบอร์ ID ถาวรของมันจะถูกตั้งให้ อย่างไรก็ตามถ้าลูกวัวไม่ได้ติด tag เบอร์หูในช่วงแรกเกิด ก็ค่อยมาใส่เบอร์หูให้อีกทีตอนตรวจครั้งแรกหลังคลอด และหลังจากนั้นลูกวัวกินนมแม่วัวตัวไหนอยู่ค่อยบันทึกหลังจากนั้นก็ได้

ปัจจุบันนี้มีการตรวจ DNA เพื่อระบุว่าตัวไหนเป็นพ่อหรือแม่ได้ โดยใช้ ขน เจาะใบหู หรือเลือด จากลูกวัวและจากวัวที่น่าจะเป็นพ่อมัน ส่งให้บริษัทตรวจดู วิธีนี้ช่วยให้เรารู้ว่าตัวไหนเป็นพ่อ หากมีพ่อพันธุ์หลายตัวในฝูง โดยราคาในการตรวจจะต่างกันไป แต่จะอยู่ที่ประมาณ 20$ ต่อตัว ฝูงวัวส่วนใหญ่จะมีลูกวัวหย่านม น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 45-68 กก. หรือมากกว่า

ประโยชน์อีกด้านนึงของการตรวจหาเพื่อระบุพ่อพันธุ์คือ พ่อพันธุ์ตัวหนึ่งนั้นผสมติดลูกกี่ตัวในแต่ละฤดูกาลผสมพันธุ์ ยกตัวอย่าง ถ้ามีพ่อพันธุ์ 4 ตัวถูกใช้งานอยู่ในทุ่งหญ้าเดียวกันแล้วมีลูกวัวเกิด 100 ตัว โดยทั่วไปจะประมาณการณ์ว่า พ่อวัว 1 ตัว ให้ลูกวัว 25 ตัว อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปได้ว่าพ่อพันธุ์ตัวเดียวจะสามารถผสมติดให้ลูกได้ถึง 50 ตัว (หรือ ลูกวัวที่เกิดทั้งหมดเป็นลูกของพ่อวัวตัวเดียวก็เป็นได้) ซึ่งการตรวจสอบนี้จะช่วยให้รู้ว่าพ่อพันธุ์ตัวไหนผสมติดให้ลูกมากที่สุด ไม่ใช่แค่รู้ว่าลูกวัวตัวไหนดีกว่าหรือแย่กว่า แต่ถ้าคุณพัฒนาแม่พันธุ์ของคุณเอง วิธีนี้จะทำให้คุณรู้ว่าพ่อพันธุ์ตัวไหนที่จะช่วยปรับปรุงพันธุกรรมให้กับฝูงได้

เวลาที่เราทำ ID ให้วัวไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามควรมีการทำซ้ำเผื่อในกรณีที่ ID หลักหายไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเบอร์หูแม่วัวหลุดหายไป แต่เรายังมีเบอร์ที่สักหูอยู่เบอร์IDก็จะไม่หายไป จะจับคู่การทำID แบบใดก็ได้ที่ทำให้แน่ใจว่าเบอร์ID จะไม่หายไป

Pasture use and management

ปัจจัยหลักอีกข้อนึงที่มีผลต่อการผลิตและผลกำไรคือการจัดการทุ่งหญ้า ผู้ดูแลฟาร์มส่วนใหญ่จะประเมินเพียงการจัดการวัวและผลงานของวัวมากกว่าจะประเมินทุ่งหญ้าและการจัดการหญ้าสำหรับวัว ในหลายตัวอย่าง ปริมาณทุ่งหญ้าคือข้อจำกัดสำคัญสำหรับการจัดการฝูงทั้งหมดและประสิทธิภาพของฝูง