ประสิทธิภาพของโคบีฟมาสเตอร์ในไทยเป็นที่ยอมรับแล้ว

           ตั้งแต่ช่วงสิบปีที่แล้วที่ได้มีการนำเข้าบีฟมาสเตอร์มายังประเทศไทย ก็ได้มีผู้ปรับปรุงพันธุ์โคทั้งรายเล็กรายใหญ่ ได้ทดลองใช้น้ำเชื้อที่ทาง BBU บริจาคให้ โดยนำไปผสมกับโคลูกผสมพื้นเมืองและพันธุ์โคยอดนิยมอื่นๆ เช่น บราห์มัน, ชาร์โลเล่ย์ และกำแพงแสน ซึ่งลูกโคตัวแรกได้คลอดประมาณปลายปี 2010 และให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ จึงเกิดการกระจายพันธุ์ไปทั่วประเทศ โดยรุ่นลูกที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงลักษณะของโครงสร้างและกล้ามเนื้อที่ดีเยี่ยม อัตราการเพิ่มน้ำหนักก็มากกว่าโคสายพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน ให้ลักษณะรูปร่างที่คล้ายโคบีฟมาสเตอร์พันธุ์แท้ สร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก ความต้องการโคบีฟมาสเตอร์จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในกลุ่มผู้ปรับปรุงพันธุ์และกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ
          เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเลี้ยงโคบีฟมาสเตอร์ในไทย เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ของไทยจึงได้ไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย Texas A&M และโรงพยาบาลสัตวแพทย์ภายในมหาวิทยาลัย ที่สหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถในการปรับตัวและประสิทธิภาพในการต้านทานโรคของโคบีฟมาสเตอร์เมื่ออยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมของประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตร้อน ซึ่งโคบีฟมาสเตอร์ได้รับการยอมรับว่าเหมาะแก่การเลี้ยงในประเทศไทย ดังนั้น กรมปศุสัตว์ไทยและกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกาจึงได้ทำข้อตกลงร่วมกันและกำหนดเกณฑ์ทางด้านสุขภาพเพื่อใช้สำหรับการนำเข้าน้ำเชื้อและโคบีฟมาสเตอร์สู่ประเทศไทย ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา น้ำเชื้อโคบีฟมาสเตอร์ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วประเทศไทย อีกทั้งยังมีการจัดตั้งสมาคมโคบีฟมาสเตอร์โดยผู้ปรับปรุงพันธุ์ในหลายพื้นที่ ผู้ปรับปรุงพันธุ์ในไทยได้มีการนำเข้าโคพันธุกรรมชั้นเยี่ยมที่ชนะการประกวดและโคพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพสูงระดับท็อปจากสหรัฐอเมริกา เข้ามาปรับปรุงพัฒนาพันธุกรรมโคบีฟมาสเตอร์อย่างต่อเนื่อง
โคบีฟมาสเตอร์ถูกพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อลักษณะสำคัญทางเศรษฐกิจที่พิสูจน์และวัดผลได้ โดยมีคุณลักษณะดังนี้
           – อัตราการเพิ่มน้ำหนัก
           – ความสมบูรณ์พันธุ์
           – ความแข็งแรงทรหด
           – ประสิทธิภาพการให้นม
           – คุณสมบัติของรูปร่างและหน้าตา
           – อุปนิสัยและอารมณ์
https://tsfarm-th.com/wp-content/uploads/2021/01/11.jpg
          การคัดเลือกโค จะทำโดยคัดเลือกโคที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ในคุณลักษณะที่กล่าวมานี้จากฝูงที่กำลังพัฒนา เพื่อเข้าไปสู่ฝูงพื้นฐาน โคบีฟมาสเตอร์ได้รับการยอมรับเป็นพันธุ์ที่แสดงคุณลักษณะเด่นเหล่านี้ ด้วยความที่เป็นลูกผสมจาก 5 สายพันธุ์ของโคเขตร้อน (Bos Indicus- Gyr, Guzerat, and Nelore) และโคเขตหนาว (Bos Taurus- Shorthorn and Hereford)
Heterosis คือลักษณะเด่นของลูกผสมที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์กับโคพันธุ์อื่น มหาวิทยาลัยโบโลญญ่าในประเทศอิตาลี ได้ทำการวิจัยทางสัตวศาสตร์ซึ่งพิสูจน์ได้ว่า โคบีฟมาสเตอร์เป็นพันธุ์โคที่มีความโดดเด่นจากการผสมข้ามพันธุ์มากที่สุดในโลก
          ศูนย์วิจัยสัตว์เพื่อการบริโภคในเนบราสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้มีการวิจัยยืนยันว่า โคบีฟมาสเตอร์เป็นสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพการใช้อาหารดีที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับโคอีก 18 สายพันธุ์ในอเมริกาที่ถูกนำมาทดสอบร่วมกัน และในการทดสอบการพัฒนาโคขุนและโคพ่อพันธุ์ก็ได้ให้ผลลัพธ์ยืนยันว่า โคบีฟมาสเตอร์มีอัตราการเพิ่มน้ำหนักที่มากที่สุดหลังจากการให้อาหารข้น อีกทั้งเปอร์เซ็นต์และผลตอบแทนซากก็สามารถเทียบได้กับโคสายพันธุ์ยอดนิยมอื่นๆ เช่น Angus, Hereford, Charolais, Limousin และ Simmental นอกจากนี้โคบีฟมาสเตอร์ก็ตอบรับกับตลาดสินค้าอินทรีย์ได้อย่างดีเพราะมีประสิทธิภาพการเติบโตสูงแม้จากการบริโภคหญ้าอย่างเดียวหรืออาหารข้นอื่นๆ
          ปัจจุบันนี้การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ทำให้การเปรียบเทียบทางพันธุกรรมสามารถทำได้ด้วย การใช้ค่า EPD (ค่าคะเนความแตกต่างทางพันธุกรรมในรุ่นลูกสำหรับลักษณะใดๆ) และการพิสูจน์ดีเอ็นเอ ซึ่งตอนนี้ BBU ถือเป็นผู้นำในการวิจัยหาเกณฑ์ที่แสดงถึงประสิทธิภาพของโคที่สามารถพิสูจน์ได้ ในส่วนของค่า EPD จะประกอบด้วย น้ำหนักแรกเกิด, น้ำหนักหย่านม, น้ำหนักที่อายุ1ปี และค่าบ่งชี้อื่นเช่น ขนาดถุงอัณฑะเพื่อการเจริญพันธุ์, ประสิทธิภาพในการให้นม และลักษณะซาก ซึ่งค่าเหล่านี้ที่ได้จากการชั่งและตรวจวัด ได้มีผู้ปรับปรุงพันธุ์นำมาใช้อย่างจริงจังต่อเนื่องเป็นเวลานานแล้ว
โดยล่าสุดศูนย์วิจัยทางพันธุศาสตร์ของ BBU ได้เพิ่มค่าดัชนีทางเศรษฐกิจขึ้น คือ Maternal indices (ดัชนีแสดงประสิทธิภาพการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมทางแม่) สำหรับกลุ่มผู้ปรับปรุงพันธุ์ และ Terminal indices (ดัชนีแสดงคุณภาพของซากโคตัวลูก) สำหรับผู้เลี้ยงโคเชิงพาณิชย์ ซึ่งดัชนีสองตัวนี้จะถูกเรียกว่า $M และ $T โดยเราสามารถนำสองดัชนีมาใช้ในการเปรียบเทียบโคแต่ละตัวเพื่อประเมินประสิทธิภาพได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย ตามแต่เป้าหมายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงโคพันธุ์หรือกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน และในขณะนี้ทาง BBU กำลังทำงานวิจัยต่อเพื่อจะเพิ่มค่าประสิทธิภาพการใช้อาหารและค่าลักษณะเด่นของลูกผสม เป็นค่าดัชนีและให้เข้ามาอยู่ในค่า EPDs ด้วย

           ข้อมูลทางพันธุกรรมเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของ BBU สำหรับสมาชิกและกำลังทำการขยายฐานข้อมูลไปยังสมาคมบีฟมาสเตอร์อื่นทั่วโลก เช่น เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, ยุโรป และอเมริกาใต้ โดยพันธุกรรมบีฟมาสเตอร์ไม่ว่าจะเป็น น้ำเชื้อ, ตัวอ่อน, พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ที่ถูกซื้อจากอเมริกาจะมีข้อมูลทางพันธุกรรมนี้อยู่ด้วย ซึ่งโคบีฟมาสเตอร์ในไทยก็สามารถเข้าบันทึกในฐานข้อมูลเดียวกันนี้ได้ด้วยการจดทะเบียนโคกับ BBU นอกจากนี้การผสมข้ามพันธุ์โดยใช้น้ำเชื้อบีฟมาสเตอร์ก็สามารถจดทะเบียนเป็นโคบีฟมาสเตอร์พันธุ์แท้ได้หากใช้น้ำเชื้อที่มีใบรับรองและลงทะเบียนประวัติการผสมข้ามพันธุ์

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

          โคบีฟมาสเตอร์เป็นโคคุณภาพที่พิสูจน์ได้และกำลังได้รับการยอมรับที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก ผู้เลี้ยงโคเชิงพาณิชย์ทั่วอเมริกาต่างต้องการพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์บีฟมาสเตอร์เข้าสู่ฝูงตนเอง หลังจากได้เห็นถึงประสิทธิภาพของพวกมัน การกระจายพันธุ์ของโคบีฟมาสเตอร์เป็นไปอย่างรวดเร็วทั่วอเมริกาทั้งตอนเหนือ ตอนกลาง และตอนใต้ รวมไปถึงทวีปยุโรป เอเชีย และแอฟริกา และในช่วงที่ผ่านมา ออสเตรเลียก็เริ่มเล็งเห็นถึงประสิทธิภาพของโคบีฟมาสเตอร์ที่มีต่ออุตสาหกรรมเนื้อในประเทศ จึงได้เริ่มใช้น้ำเชื้อและตัวอ่อนของโคบีฟมาสเตอร์ เพื่อปรับปรุงพันธุ์ตามตลาดต้องการ
          อุตสาหกรรมเนื้อในประเทศไทยยอมรับโคบีฟมาสเตอร์ตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว คุณภาพทางพันธุกรรมเหล่านี้ได้ถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนกับโคในประเทศไทย โดยข้อมูลพันธุกรรมเหล่านี้ก็ได้มาจากข้อมูลการลงทะเบียนประวัติพันธุกรรมของโคบีฟมาสเตอร์ที่ไทยนำเข้าจากอเมริกานั่นเอง ในวันนี้คุณค่าและประสิทธิภาพของโคบีฟมาสเตอร์เป็นที่ยอมรับแล้วในประเทศไทยและจะเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
          ตารางแสดงผลการทดสอบประสิทธิภาพการใช้อาหารโดยศูนย์วิจัยสัตว์เพื่อการบริโภค(USMARC) โดยใช้อัตราการเจริญเติบโต/ตัว/วัน (ADG) และปริมาณวัตถุแห้งที่ต้องการ (DMI) ในโคขุนและโคสาว เป็นเกณฑ์ในการประเมิน

https://tsfarm-th.com/wp-content/uploads/2021/01/Untitled-1.jpg