Spring Considerations for Commercial Herds
By Andy D. Herring, Texas A&M University
แปลบทความมาจาก the BEEFMASTER Pay Weight ฉบับ Spring 2019
บทความนี้จะกล่าวถึงปัจจัยหลักที่ผู้เลี้ยงลูกวัวเชิงพาณิชย์ ควรจะคำนึงถึงในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลซึ่งจะส่งผลต่อทั้งปีโดยจะแบ่งตามหัวข้อต่างๆ
Body condition and nutrition (สภาพร่างกายและโภชนาการ)
สำหรับผู้ที่ทำฟาร์มขายลูกวัว โดยเฉพาะใครที่ขายลูกวัวช่วงหย่านม ปัจจัยหลักคือ
1. ความสมบูรณ์พันธุ์ของแม่วัว ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักที่จะนำมาซึ่งรายได้ต่อปี เพราะมันจะเป็นตัวตัดสินว่าจะมีลูกวัวให้ขายได้กี่ตัวในปีนั้นๆ
2. ประสิทธิภาพของวัวแม่พันธุ์ ที่จะให้ลูกได้ทุกปีเป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี คือปัจจัยอีกข้อที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงกำไร เพราะต้นทุนแม่พันธุ์แต่ละตัวจะถูกเฉลี่ยลงตามอายุของมัน
3. BCS (Body Condition Score) คะแนนร่างกายช่วงผสมพันธุ์ คือปัจจัยที่สำคัญมากที่สุด โดยเป้าหมายอยู่ที่ BCS 5 ในช่วงผสมพันธุ์ ซึ่งจะสามารถทำได้โดยต้องให้ลูกวัวมีคะแนน BCS 6 ในช่วงหย่านม โดยถ้าต้องการให้ลูกวัวได้ BCS 6 ก่อนช่วงหย่านมก็สามารถใช้อาหารข้นช่วยได้ วัวที่เตรียมจะผสมพันธุ์ควรมีค่า BCS ที่ใกล้เคียง 5 โดยวัวที่ต้องการเพิ่มจาก BCS 5 ไปเป็น BCS 6 ต้องได้อาหารเพิ่ม 8% ของน้ำหนักที่ BCS 5 และถ้าต้องการเพิ่มจาก BCS 4 เป็น BCS 5 วัวจะต้องได้รับอาหารเพิ่มประมาณ 7.3% ของน้ำหนักที่ BCS 5 (ดูรูปที่ 1) ซึ่งถ้าผู้เลี้ยงวัวไม่รู้น้ำหนักของวัวที่ตัวเองเลี้ยง ก็จะทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการเรื่องโภชนาการและไม่สามารถควบคุมต้นทุนค่าอาหารได้
อีกเรื่องที่ผู้เลี้ยงวัวเชิงพาณิชย์ส่วนมากไม่ค่อยได้คำนึงถึงคือ ปริมาณอาหารที่ต้องเพิ่มขึ้นให้แก่แม่วัวหลังคลอดควรจะเป็นเท่าไหร่ และปริมาณน้ำนมที่ผลิตมากแค่ไหนจึงจะต้องการอาหารเพิ่ม (ดูรูปที่ 2)

รูปที่ 1 : แสดงภาพและน้ำหนักของวัวตัวเดียวกันตามคะแนนสภาพร่างกาย BCS
ช่วง 90 วันแรกหลังจากคลอดลูก คือช่วงที่แม่วัวต้องการสารอาหารมากที่สุด และโดยเฉพาะแม่วัวสาวท้องแรก แม้ว่าภาวะโภชนาการต่ำ (สารอาหารไม่พอ) จะเป็นปัญหาหลักของวัวทั้งหลายรวมทั้งแม่วัวสาวท้องแรก แต่เราก็ต้องระวังภาวะที่ได้รับโภชนาการมากเกินไปด้วยทั้งในวัวหนุ่มสาวและวัวท้อง
อาหารข้นจำพวก ข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวโอ๊ต เป็นอาหารที่มีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตามถ้าวัวท้องกินอาหารข้น ซึ่งมีโปรตีนสูงมากเกินไปในช่วง 90 วันก่อนคลอด อาจจะทำให้ลูกวัวมีน้ำหนักแรกคลอดมากและเข้าสู่ภาวะคลอดยาก หรือถ้าแม่วัวอ้วนเกินไปมันก็จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงของภาวะคลอดยาก แม้ว่าลูกวัวจะไม่ได้ตัวโตขึ้นก็ตาม ในทางเดียวกัน วัวสาววัวหนุ่มที่อ้วนเกินไปก่อนช่วงเจริญพันธุ์ อาจจะทำให้น้ำนมลดลง หรือคุณภาพน้ำเชื้อลดลง เนื่องจากจะมีไขมันไปอุดตันที่เต้านมหรือที่ถุงอัณฑะ ดังนั้นจึงเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าควรเลี้ยงวัวหนุ่มสาว ไม่ให้อ้วนจนมีค่า BCS เกิน 7
ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ แม่วัวท้องทุกตัวควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอ (ไม่มากหรือน้อยเกินไป) และพวกมันควรจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1 ปอนด์ทุกวัน (0.45 กก.) จากการเติบโตของลูกในท้อง
สารอาหารที่ได้รับและสุขภาพของแม่วัวช่วง 60 วันก่อนคลอดจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพของน้ำนมเหลือง (Colostrum-น้ำนมแรกหลังคลอด) น้ำนมเหลืองให้โปรตีนและพลังงานสูง ช่วยบำรุงลูกวัวที่เกิดใหม่ได้อย่างดี โดยน้ำนมเหลืองเป็นทางเดียวที่ลูกวัวจะได้รับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจากแม่ของมัน ซึ่งลูกวัวควรจะได้กินนมแม่ ภายใน 6 ชม.หลังคลอด เพื่อให้ได้รับภูมิคุ้มกันนี้ซึ่งมีประโยชน์มาก เพราะลำไส้เล็กของมันจะดูดซึมเฉพาะโครงสร้างโมเลกุลใหญ่อย่างแอนติบอดี้ในช่วงเวลานี้ ดังนั้นอะไรก็ตาม ที่จะลดความแข็งแรงกระฉับกระเฉงของลูกวัวหลังคลอด เช่น ภาวะคลอดยากหรือความหนาวเย็น สามารถทำให้มีความเสี่ยงต่อการได้รับน้ำนมเหลือง

รูปที่ 2 : แสดงปริมาณโปรตีนและพลังงานที่ต้องการแต่ละวันของแม่วัวหนัก 500กก. ที่แต่ละช่วงของการให้นมลูก